ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity) ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ขนาดของกลุ่ม ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่- กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน - กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity) ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)• กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน • กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันอภัสสร ปูชนียกุล 12590100
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)• กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน • กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity) ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)1.กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) 2.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป 3.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน 4.กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity) ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity) ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(สิริกร ราชมณี 12590084)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation ) -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้นขนาดของกลุ่ม (Group size)-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่- กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน- กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ขนาดของกลุ่ม
ตอบลบผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
- กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
ตอบลบความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
• กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
• กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
• กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
• กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
อภัสสร ปูชนียกุล 12590100
ตอบลบการกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
• กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
• กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
• กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
• กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
1.กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
2.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
3.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
4.กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ตอบลบความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ตอบลบผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(สิริกร ราชมณี 12590084)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
ตอบลบขนาดของกลุ่ม (Group size)
-กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
-กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
-กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
(อารียา ปานทอง 12590109)
ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่
ตอบลบ- กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
- กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
- กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม
ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051