วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562

3.ผู้บริหารจะพิจารณากำหนดจำนวนและความหลากหลายของสมาชิกในกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างไร จงอธิบายเปรียบเทียบความแตกต่างของกลุ่มลักษณะต่างๆ

24 ความคิดเห็น:

  1. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  3. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  4. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  5. ขนาดของกลุ่ม
    ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่
    - กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    - กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  6. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ

  7. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  8. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  9. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    • กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )

    • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป

    • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน

    • กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ

  10. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน

    ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012

    ตอบลบ
  11. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    • กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )

    • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป

    • กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน

    • กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  12. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  13. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  14. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  15. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่นศรี 12590036)

    ตอบลบ
  16. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    1.กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    2.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    3.กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    4.กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ29 ตุลาคม 2562 เวลา 03:43


    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  18. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  19. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  20. ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  21. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  22. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม (Group Diversity)
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน (Homogeneous) แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันแต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลายไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นกลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย (Heterogeneous) ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศลักษณะนิสัยอายุทัศนคติรวมทั้งประสบการณ์มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่าเนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายรวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    (คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  23. การกำหนดจำนวนสมาชิกในกลุ่มเหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หลายประการ อาทิ ภารกิจของกลุ่ม ปัญหาและความเร่งด่วนของหน้าที่และลักษณะส่วนตัวของสมาชิกที่มารวมกลุ่มกัน เป็นต้น
    ขนาดของกลุ่ม (Group size)
    -กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและใน กรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ( Two - against - One Situation )
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    -กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความ ได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    -กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบ กับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  24. ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับจำนวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มในองค์กรอาจมีจำนวนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของกลุ่ม ได้แก่
    - กลุ่มที่มีสมาชิก จำนวน 2 คน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มที่มีสมาชิกเพียง 2 คนดังกล่าว คือ สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันละกันได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้ามความคิดเห็นที่ได้รับอาจจำกัดเกินไปและในกรณีที่สมาชิกทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจนไม่สามารถตกลงหาข้อสรุปกันได้ ซึ่งการเพิ่มบุคคลที่สามเข้าไปในกลุ่มจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้โดยใช้เสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคู่ เช่น มีสมาชิกจำนวน 4 หรือ 6 คน ก็อาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากสามารถแบ่งสมาชิกในกลุ่มออกได้เป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารควรตระหนักถึงผลของจำนวนสมาชิกกลุ่มที่เป็นเลขคู่ดังกล่าวด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารกลุ่มต่อไป
    - กลุ่มที่มีสมาชิกปานกลางเป็นเลขคี่โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 5 หรือ 7 จะมีความได้เปรียบตรงที่กลุ่มไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีส่วนร่วมในการทำงานมาก รวมทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้หลากหลาย นอกจากนั้นเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังสามารถหาข้อสรุปในกลุ่มได้โดยอาศัยเสียงส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน
    - กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 7 คนขึ้นไป หรือที่เรียกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะพบกับความยุ่งยากในการทำงานทั้งในเรื่องของการประสานงานและการตัดสินใจ อีกทั้งทำให้สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจน้อยลง หรืออาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มย่อยๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม
    ผลการดำเนินงานของกลุ่มนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและทัศนคติของสมาชิกภายในกลุ่มซึ่งหากสมาชิกของกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แม้ว่าข้อดีที่ได้รับคือความราบรื่นและความง่ายในการทำงานรวมทั้งสามารถหาข้อสรุปและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสมาชิกมีความคิดเห็นและทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน แต่การที่สมาชิกมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมากจนเกินไปก็จะทำให้ขาดมุมมองในการทำงานที่หลากหลาย ไม่ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้น กลุ่มที่สมาชิกมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเพศ ลักษณะนิสัย อายุ ทัศนคติ รวมทั้งประสบการณ์ มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากสมาชิกที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวจะมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน
    ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051

    ตอบลบ