วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562

2.ผู้บริหารจะบริหารจัดการกลุ่มประเภทต่างๆ ภายในองค์กรอย่างไร จงอธิบายจำแนกตามประเภทของกลุ่ม

26 ความคิดเห็น:

  1. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  3. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  4. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  5. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
    - กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    - กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  6. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  7. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  8. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
    - กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    - กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  9. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ
  10. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  11. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  12. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  13. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  14. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
    - กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    - กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (น.ส.ดาราตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ

  15. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  16. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ
  17. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าว
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ29 ตุลาคม 2562 เวลา 03:43


    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  19. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  20. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    - กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    - กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  21. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    - กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    - กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  22. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  23. Paweena kadyam17 ตุลาคม 2562 05:23
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    (คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  24. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  25. การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
    ประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
    ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดี
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  26. ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
    1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
    -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
    -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
    2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
    ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051

    ตอบลบ