การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups) ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้ -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม 2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups) ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้ -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม 2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานอภัสสร ปูชนียกุล 12590100
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(น.ส.ดาราตน์ ดาสาลี 12590030)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าว(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups) ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้ -กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง -กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม 2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง- กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง- กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(สิริกร ราชมณี 12590084)
Paweena kadyam17 ตุลาคม 2562 05:23ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่มประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดี(อารียา ปานทอง 12590109)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
อภัสสร ปูชนียกุล 12590100
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(สิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบการบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไป ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่ม ขนาดของกลุ่ม ความหลากหลายของสมาชิกกลุ่ม บทบาทของสมาชิก พัฒนาการของกลุ่ม และการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆ หลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กร เพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อย ดังนี้
- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
- กลุ่มงาน เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หรือถาวร ก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงาน ตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน เช่น กีฬา ท่องเที่ยว หรืองานอดิเรก เป็นต้น หรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่ม เช่น กลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นต้น เป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคล หรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กรดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(น.ส.ดาราตน์ ดาสาลี 12590030)
ตอบลบในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าว
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ตอบลบในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
- กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
- กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
- กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(สิริกร ราชมณี 12590084)
Paweena kadyam17 ตุลาคม 2562 05:23
ตอบลบในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
(คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบการบริหารกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลกระทบต่อกลุ่มและสมาชิกของกลุ่มซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มมีพฤติกรรมและผลงานแตกต่างกันออกไปปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประเภทของกลุ่มขนาดของกลุ่มความหลากหลายของสมาชิกกลุ่มบทบาทของสมาชิกพัฒนาการของกลุ่มและการประชุมกลุ่ม
ตอบลบประเภทของกลุ่ม (Type of Groups)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภทซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของกลุ่มรวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Func tional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดี
(อารียา ปานทอง 12590109)
ในแต่ละองค์กรอาจประกอบไปด้วยกลุ่มต่างๆหลายประเภท ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งในด้านของรูปแบบและขั้นตอนในการจัดตั้งกลุ่ม กิจกรรมของกลุ่ม รวมทั้งสมาชิกกลุ่มซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
ตอบลบ1.กลุ่มแบบเป็นทางการ (Formal Group) เป็นกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยองค์กรเพื่อที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้
-กลุ่มตามสายบังคับบัญชา (Command Group) หรือกลุ่มตามหน้าที่งาน (Functional Group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการประกอบไปด้วยผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำหนดไว้ซึ่งจะมีการรายงานผลการดำเนินงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตนเอง
-กลุ่มงาน (Task group) เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว (Ad Hoc Committee) หรือถาวร (Standing Committee) ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของงานที่ได้รับมอบหมายไว้โดยสมาชิกของกลุ่มงานจะถูกดึงมาจากสายการบังคับบัญชามากกว่าหนึ่งสายงานขึ้นไปโดยมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือหรือทดแทนในด้านกำลังแรงงานตลอดจนปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่างที่ได้รับมอบหมายซึ่งสมาชิกแต่ละคนยังคงรักษาบทบาทและหน้าที่การทำงานตามสายบังคับบัญชาเดิม
2.กลุ่มแบบไม่เป็นทางการ (Informal group) เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นโดยความสมัครใจของพนักงานมิใช่โดยการจัดตั้งจากองค์กรเนื่องจากสมาชิกกลุ่มมีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คล้ายกัน (Interest Group) เช่นกีฬาท่องเที่ยวหรืองานอดิเรกเป็นต้นหรือเกิดจากการถูกนิสัยใจคอกันเนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติระหว่างที่ได้ทำงานร่วมกันอันจะก่อให้เกิดมิตรภาพอันดีระหว่างสมาชิกในกลุ่มเช่นกลุ่มที่ทานอาหารกลางวันร่วมกันเป็นต้นเป้าหมายของการรวมกลุ่มดังกล่าวอาจไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลักขององค์กรก็ได้อย่างไรก็ดีกลุ่มแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญกับองค์กรเนื่องจากทำให้การสื่อสารระหว่างบุคคลหรือฝ่ายงานต่างๆในองค์กรดีขึ้นรวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีอันจะก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน
ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051