วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1.ผู้บริหารที่สามารถบริหารกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในองค์กรได้อย่างเหมาะสมจะเกิดประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไร

23 ความคิดเห็น:

  1. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  2. หากผู้บริหารคนใดไม่สามารถบริหารกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หรือไม่สามารถควบคุมการทำงานของกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ผลเสียก็จะเกิดขึ้นแก่องค์กรนั้นๆ อาทิ ความล่าช้าในการทำงาน หรือความขัดแย้งอันจะก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเข้าใจกระบวนการจัดกลุ่มและทีมงานตลอดจนปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกลุ่มและทีมงานเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ได้รับผลตามเป้าหมายขององค์กร
    การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  3. หากผู้บริหารคนใดไม่สามารถบริหารกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หรือไม่สามารถควบคุมการทำงานของกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ผลเสียก็จะเกิดขึ้นแก่องค์กรนั้นๆ อาทิ ความล่าช้าในการทำงาน หรือความขัดแย้งอันจะก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเข้าใจกระบวนการจัดกลุ่มและทีมงานตลอดจนปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกลุ่มและทีมงานเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ได้รับผลตามเป้าหมายขององค์กร
    การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078

    ตอบลบ
  4. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  5. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการ ดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมาก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การเกื้อหนุนทางสังคม ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ นอกจากนั้น การได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้ว สมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงาน และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  6. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ

  7. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  8. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  9. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    อภัสสร ปูชนียกุล 12590100

    ตอบลบ
  10. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  11. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  12. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  13. หากผู้บริหารคนใดไม่สามารถบริหารกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หรือไม่สามารถควบคุมการทำงานของกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ผลเสียก็จะเกิดขึ้นแก่องค์กรนั้นๆ อาทิ ความล่าช้าในการทำงาน หรือความขัดแย้งอันจะก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเข้าใจกระบวนการจัดกลุ่มและทีมงานตลอดจนปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกลุ่มและทีมงานเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ได้รับผลตามเป้าหมายขององค์กร
    การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ

  14. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  15. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    ( ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036 )

    ตอบลบ
  16. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ29 ตุลาคม 2562 เวลา 03:41

    การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน(Level of Efort)
    การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม(Social Facilitation)ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม(Satisfaction of Members)
    การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills)
    การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness)
    การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  18. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  19. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Effort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslow's Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  20. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Effort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslow's Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  21. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการ ดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมาก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การเกื้อหนุนทางสังคม ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ นอกจากนั้น การได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้ว สมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงาน และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  22. การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงาน
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  23. หากผู้บริหารคนใดไม่สามารถบริหารกลุ่มได้อย่างเหมาะสม หรือไม่สามารถควบคุมการทำงานของกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ผลเสียก็จะเกิดขึ้นแก่องค์กรนั้นๆ อาทิ ความล่าช้าในการทำงาน หรือความขัดแย้งอันจะก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเข้าใจกระบวนการจัดกลุ่มและทีมงานตลอดจนปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดกลุ่มและทีมงานเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ได้รับผลตามเป้าหมายขององค์กร
    การบริหารกลุ่มอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 4 ประการดังนี้
    1.ระดับความทุ่มเทในการทำงาน (Level of Efort) การทำงานในรูปแบบกลุ่มมีโอกาสที่จะเพิ่มแรงจูงใจและประสิทธิภาพจากการทำงานของสมาชิกในกลุ่มได้อย่างมากปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการเกื้อหนุนทางสังคม (Social Facilitation) ในบางกรณีเพียงแค่สมาชิกเข้ามารวมตัวกันเพื่อเตรียมการทำงานก็ก่อให้เกิดความรู้สึกกระตือลืนร้นในการทำงานขึ้นเป็นอย่างมาก
    2.ความพอใจของสมาชิกในกลุ่ม (Satisfaction of Members) การได้ร่วมทำงานในกลุ่มเป็นการตอบสนองความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Maslow เรื่องระดับชั้นของความต้องการ (Maslows Hierarchy of Needs) นอกจากนั้นการได้เข้าร่วมอยู่ในทีมงานยังสามารถขจัดความเบื่อหน่ายในการทำงานปกติและสร้างความภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นกับสมาชิกได้อีกด้วย
    3.ความรู้และทักษะงานที่เพิ่มพูนขึ้น (Expanded Job Knowledge and Skills) การทำงานเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งปันและระดมความรู้ความสามารถของสมาชิกแต่ละคนอยู่เสมอซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับเนื้องานแล้วสมาชิกแต่ละคนก็ได้เรียนรู้จากสมาชิกคนอื่นไปพร้อมกันด้วย
    4.ผลสะท้อนกลับไปยังองค์กร (Organizational Responsiveness) การที่พนักงานในกลุ่มมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานและมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในรูปของกลุ่มย่อมทำให้องค์กรโดยรวมสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051

    ตอบลบ